ประกันชีวิตที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

ประกันชีวิต

หลายๆ ท่านก็คงจะเขียนได้อ่านและฟังเกี่ยวกับเรื่องของการทำทั้ง “ประกันชีวิต” กันมากบ้างแล้วใช่มั้ยครับ ซึ่งประกันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แถมปัจจุบันอาจจะมีการทำกรมธรรม์ที่รวบประกันสุขภาพเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งเราจะพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับ “ประกันชีวิตที่ดีต้องมีอะไรบ้าง” ครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันดีกว่าครับผม

ประกันชีวิตคืออะไร?

ประกันชีวิต คือ การชดเชยรายได้ที่ต้องสูญเสียไปอันเนื่องมาจากความตาย ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงหรือชราภาพ โดยบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 861 ประกอบกับมาตรา 889 อธิบายความหมายของการประกันชีวิตไว้ว่า หมายถึง “สัญญาซึ่งผู้รับประกันชีวิตตกลงจะใช้เงินจำนวนหนึ่งให้เมื่อมีเหตุในอนาคตดังระบุไว้ในสัญญา กล่าวคือ เมื่อผู้เอาประกันชีวิตหรือผู้ถูกเอาประกันชีวิตมรณะลงภายในเวลาตามที่ตกลงกันไว้ หรือเมื่อผู้นั้นยังทรงชีพอยู่จนถึงเวลาตามที่ได้ตกลงกันไว้ และในการนี้ผู้เอาประกันชีวิตตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่าเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้รับประกันชีวิต”

ความแตกต่างระหว่างประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพหากถามว่าแตกต่างกันอย่างไรนั้น ตอบได้อย่างชัดเจนว่าแตกต่างกันที่ความคุ้มครอง เพราะประกันชีวิตจะไม่จ่ายค่าสินไหมหากว่าเราเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ความคุ้มครองของประกันสุขภาพจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันและเงื่อนไขความคุ้มครองที่เราจะได้รับ

ประกันชีวิตที่ดี

ประกันชีวิตที่ดีควรมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

►ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและเพียงพอ
– มีทุนประกันชีวิตสูงเพียงพอที่จะคุ้มครองภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวหากผู้เอาประกันเสียชีวิต
– คุ้มครองความเสี่ยงภัยต่างๆ เช่น อุบัติเหตุ, เจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ
– มีความคุ้มครองที่เหมาะสมตามช่วงวัยและรูปแบบการดำรงชีวิต

►ค่าเบี้ยประกันที่เหมาะสม
– ค่าเบี้ยประกันสมเหตุสมผล คุ้มค่ากับความคุ้มครองที่ได้รับ
– มีแผนการผ่อนค่าเบี้ยประกันที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับรายได้

►บริษัทประกันที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ
– บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการจ่ายค่าสินไหม
– มีประสบการณ์และชื่อเสียงด้านการให้บริการประกันชีวิต

►สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
– มีสวัสดิการต่างๆ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี, สิทธิเงินปันผล
– มีสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น การลดหย่อนภาษี, เงินรางวัลหากไม่ได้รับสินไหม

►การบริการที่ประทับใจ
– มีพนักงานให้คำปรึกษาด้านแผนประกัน และช่วยออกแบบกรมธรรม์ได้ตรงตามความต้องการ
– บริการหลังการขายที่รวดเร็ว สามารถติดต่อได้ง่าย

►ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ชัดเจนและยุติธรรม
– มีการระบุข้อกำหนด เงื่อนไข และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ชัดเจน

►มีเงื่อนไขที่เป็นธรรมและไม่เอารัดเอาเปรียบผู้เอาประกันชีวิต

การเลือกซื้อประกันชีวิตที่ดีที่ตอบโจทย์ความต้องการและให้ความคุ้มครองอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณและครอบครัวมีความมั่นคงในอนาคต

3 เทคนิคเลือกทำประกันชีวิตที่ดี

●พิจาณาวงเงินความคุ้มครอง ควรมีความคุ้มครองขั้นต่ำราว 3 – 5 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลทั้งโรคทั่วไปและโรคร้ายแรง และสามารถรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้

●ทำความเข้าใจรูปแบบความคุ้มครอง ซึ่งหลักๆ แล้วจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบเหมาจ่ายต่อปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำประกันสุขภาพเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคเดียวกันที่มีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ระยะเวลารักษานาน แบบเหมาจ่ายต่อครั้ง รูปแบบนี้จะกำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งในการเข้ารับการรักษา แต่ไม่จำกัดวงเงินต่อปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการปิดความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยบ่อยครั้ง หรือหลายโรคที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันภายในปีกรมธรรม์เดียวกัน

●ค่าห้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หากต้องการให้ครอบคลุมคุณภาพการรักษาพยาบาลระดับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำก็ควรเลือกแผนประกันสุขภาพที่มีค่าห้องผู้ป่วยปกติต่อวันอย่างน้อย 8,000-10,000 บาทขึ้นไป และควรเผื่อในส่วนของการรักษาตัวในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน (ICU) ด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ประกันชีวิตที่ดีต้องมีอะไรบ้าง” ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีสำหรับทุกๆ ท่านกันนะครับ